การเลือกใช้น้ำมัน

การเลือกใช้น้ำมันเครื่อง

• ผู้ขับขี่ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องตามที่ผู้ผลิตกำหนดตามมาตรฐานความเหมาะสมของเครื่องยนต์

• เราควรหมั่นที่จะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำ ตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์

• ควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องประเภทสังเคราะห์ (Synthetic Oil) เพราเป็นน้ำมันเครื่องที่ทนความร้อนได้สูงกว่า และความสามารถในการหล่อลื่นก็มากกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดา ถึงแม้ว่าน้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์จะแพงกว่าก็ตาม แต่ก็มีอายุยืนยาวกว่าเช่นเดียวกัน

น้ำมันเบรก

น้ำมันเบรก เป็นของเหลวที่มีหน้าที่ในการขับดันระบบการทำงานของเบรก โดยช่วยในการชะลอความเร็วจากการเบรก โดยน้ำมันเบรกที่ดีนั้นต้องมีคุณสมบัติ ๒ อย่าง ดังนี้

๑. คุณสมบัติในการต่อต้านจุดเดือด จากการทำงานของระบบเบรก ซึ่งมาจากดิสก์เบรก (Disk Brake) และดรัมเบรก (Drum Brake) จะทำให้เกิดความร้อนจากการเสียดสีของผ้าเบรกและจานเบรก จนทำให้เกิดอุณหภูมิที่สูง จนกระทั่งน้ำมันเบรกที่มีคุณสมบัติในการระบายความร้อนของระบบเบรกเกิดการเดือดขึ้นมาได้ โดยจะส่งผลทำให้ระบบเบรกรถยนต์ลดประสิทธิภาพการทำงานลงไป หรือแม้กระทั่งหากความร้อนของระบบเบรกมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำมันแล้ว จะทำให้ระบบเบรกนั้นไม่สามารถที่จะทำงานได้ สรุปแล้วว่า น้ำมันเบรกที่ดีต้องมีจุดเดือดสูง

๒. คุณสมบัติในการต่อต้านความชื้น โดยที่จะสามารถต่อต้านการดูดความชื้นจากบรรยากาศ น้ำ หรือสิ่งแวดล้อม ที่จะเข้าไปในตัวของน้ำมันเบรก (Hygroscopic Property) คุณสมบัติข้อนี้ส่งผลให้เกิดการผสมผสานของน้ำมันเบรกเข้ากับความชื้นในอากาศน้อยที่สุด เพื่อลดอุณหภูมิจุดเดือดชื้นของน้ำมันเบรกลง

ประเภทของน้ำมันเบรก

๑. น้ำมันเบรกที่มาจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ (Natural Based Brake Fluid) ไม่เป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน เพราะเป็นน้ำมันเบรกที่มีจุดเดือดต่ำ และมีสารเจือปนมาก

๒. น้ำมันเบรกที่มาจากแร่ หรือปิโตรเลียม (Mineral Based Brake Fluid) ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้ในปัจจุบันสักเท่าใดนัก

๓. น้ำมันเบรกสังเคราะห์ (Synthetic Brake Fluid) เกิดจากการสังเคราะห์ทางเคมี จึงมีประสิทธิภาพสูง ซ้ำยังสามารถกำหนดจุดเดือดตามการใช้งานได้อีกด้วย